ค่าน้ำบอลแบบไหนดูง่ายสุด

การดู ค่าน้ำบอล หรือ อัตราต่อรองฟุตบอล เป็นเรื่องสำคัญที่นักพนันควรเข้าใจ 

ถ้าดูผิด

  • เงินได้น้อยลง
  • อาจจะแทงผิดทีม
  • หรืออาจจะได้ราคาที่ไม่ตรงกับความต้องการ

 โดยทั่วไปแล้ว ค่าน้ำบอลมีหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่ “ดูง่าย” ที่สุดคือ ค่าน้ำแบบมาเลย์ (Malay) และ ค่าน้ำแบบเดซิมอล (Decimal) ครับ ใครที่งงมันคือแบบไหน อ่านต่อด้านล่างได้เลย

และขอแนะนำเว็บแทงบอลพันธมิตรลีกลาลีกา สเปน KUBET การันตีค่าน้ำสูงที่สุดในประเทศไทย มีระบบขายบิล และ ตัดบิลอัตโนมัติไม่ต้องรอหมดเวลาก็ได้เงินเลย แถมมีใบอนุญาต เป็นเว็บพนันถูกกฎหมายครับ

ค่าน้ำบอล

ค่าน้ำแบบมาเลย์ (Malay)

  • ลักษณะ: ค่าน้ำในรูปแบบนี้จะแสดงผลลัพธ์ที่เป็น บวก (+) และ ลบ (-) โดยค่าน้ำ บวก (+) หมายถึงการชนะจะได้กำไรสูงกว่าเงินเดิมพัน ขณะที่ค่าน้ำ ลบ (-) หมายถึงคุณต้องเดิมพันมากกว่าปกติเพื่อให้ได้กำไรเท่ากับจำนวนที่ระบุ
  • การอ่านค่าน้ำ
    • ค่าน้ำบวก (+): หมายถึง คุณเดิมพัน 100 บาท แล้วถ้าชนะจะได้กำไรตามอัตราค่าน้ำที่ระบุ (เช่น +0.80 หมายถึงเดิมพัน 100 บาท ถ้าชนะจะได้กำไร 80 บาท)
    • ค่าน้ำลบ (-): หมายถึง คุณต้องเดิมพันตามจำนวนที่มากกว่าจำนวนที่ระบุเพื่อให้ได้กำไรเท่ากับจำนวนเดิมพัน (เช่น -0.90 หมายถึงคุณต้องเดิมพัน 90 บาทเพื่อได้กำไร 100 บาท)
  • ข้อดี: ค่าน้ำแบบมาเลย์จะค่อนข้างตรงไปตรงมา และง่ายในการคำนวณเมื่อค่าน้ำเป็นบวก

ตัวอย่าง

  • ค่าน้ำ +0.80: เดิมพัน 100 บาท หากชนะคุณจะได้กำไร 80 บาท (รวมทุนแล้ว 180 บาท)
  • ค่าน้ำ -0.90: เดิมพัน 90 บาท หากชนะคุณจะได้กำไร 100 บาท (รวมทุนแล้ว 190 บาท)
ค่าน้ำบอล

ค่าน้ำแบบเดซิมอล (Decimal)

  • ลักษณะ: ค่าน้ำในรูปแบบนี้จะเป็นตัวเลขที่แสดงถึงจำนวนเงินที่คุณจะได้รับทั้งหมด (รวมทุน) สำหรับการเดิมพัน 1 หน่วย เช่น 1.50, 2.00, 2.50 เป็นต้น
  • การอ่านค่าน้ำ
    • ค่าน้ำแบบ 1.50 หมายถึง คุณเดิมพัน 1 หน่วย แล้วหากชนะคุณจะได้รับ 1.50 หน่วย (รวมทุนแล้วจะได้รับ 1.50 หน่วยจาก 1 หน่วยเดิมพัน)
    • ค่าน้ำ 2.00 หมายถึงคุณเดิมพัน 1 หน่วย แล้วหากชนะคุณจะได้ 2 หน่วย (รวมทุนแล้วคุณจะได้รับ 2 หน่วย)
  • ข้อดี: ค่าน้ำแบบเดซิมอลจะคำนวณง่ายที่สุด เพราะมันแสดงถึงจำนวนที่คุณจะได้รับทั้งหมด (รวมทุน) หากชนะ

ตัวอย่าง

  • ค่าน้ำ 2.00: เดิมพัน 100 บาท หากชนะคุณจะได้รับ 200 บาท (กำไร 100 บาท)
  • ค่าน้ำ 1.50: เดิมพัน 100 บาท หากชนะคุณจะได้รับ 150 บาท (กำไร 50 บาท)

ค่าน้ำแบบอเมริกัน (American)

  • ลักษณะ: ค่าน้ำอเมริกันจะมีทั้ง ค่าน้ำบวก (+) และ ค่าน้ำลบ (-) เช่นเดียวกับค่าน้ำมาเลย์ แต่จะมีการคำนวณที่ซับซ้อนกว่าหน่อย
    • ค่าน้ำบวก (+): แสดงถึงจำนวนเงินที่คุณจะได้หากเดิมพัน 100 หน่วย (เช่น +150 หมายถึง เดิมพัน 100 บาทแล้วจะได้กำไร 150 บาท)
    • ค่าน้ำลบ (-): แสดงถึงจำนวนเงินที่คุณต้องเดิมพันเพื่อให้ได้กำไร 100 หน่วย (เช่น -150 หมายถึงต้องเดิมพัน 150 บาทถึงจะได้กำไร 100 บาท)

ข้อดี: ค่าน้ำอเมริกันมักใช้ในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นที่เน้นตลาดอเมริกา ซึ่งอาจจะดูยากสำหรับมือใหม่ แต่เมื่อเข้าใจแล้วจะเห็นภาพได้ชัด

ค่าน้ำแบบฮ่องกง (Hong Kong)

  • ลักษณะ: ค่าน้ำในรูปแบบนี้จะใช้ตัวเลขที่แสดงเป็นจำนวนที่คุณจะได้ กำไรจากการเดิมพัน (ไม่รวมทุน) ซึ่งจะคล้ายกับค่าน้ำแบบเดซิมอล
  • การอ่านค่าน้ำ: ค่าน้ำแบบฮ่องกงจะคล้ายกับค่าน้ำแบบเดซิมอล แต่จะ ไม่รวมทุน ตัวอย่างเช่น ค่าน้ำ 0.50 จะหมายถึงคุณจะได้กำไร 0.50 เท่าของจำนวนเดิมพัน
    • ค่าน้ำ 1.50 หมายถึงหากเดิมพัน 100 บาท คุณจะได้กำไร 150 บาท
    • ค่าน้ำ 2.00 หมายถึงหากเดิมพัน 100 บาท คุณจะได้กำไร 200 บาท

ข้อดี: คล้ายกับค่าน้ำเดซิมอล แต่ไม่มีการรวมทุน ซึ่งอาจทำให้คำนวณได้ง่ายขึ้น

สรุปว่าค่าน้ำแบบไหนดูง่ายสุด

  • ค่าน้ำแบบเดซิมอล ถือเป็นแบบที่ “ดูง่ายสุด” เพราะมันแสดงถึง จำนวนเงินที่คุณจะได้รับทั้งหมด (รวมทุน) ต่อการวางเดิมพัน 1 หน่วย จึงไม่ต้องคำนวณแยกว่าส่วนที่ได้คือกำไรหรือรวมทุนอย่างค่าน้ำในรูปแบบอื่นๆ
  • หากคุณไม่ชอบการคำนวณที่ซับซ้อน ค่าน้ำเดซิมอล จะเหมาะสมที่สุด เพราะเพียงแค่ดูค่าน้ำ เช่น 1.50, 2.00 แล้วคูณกับจำนวนเงินเดิมพันของคุณ ก็จะรู้ว่าหากชนะจะได้กำไรเท่าไหร่ทันที